เพื่อนรักชื่อ...บลิส...

Posted by "แห้วอบเกลือ" on   0 comments   0 trackback

วันที่ 8 เดือน 5 นับถอยหลังไป 8 ปี ฉันเจอคน ๆ หนึ่งที่ร้านซีเอ็ดในห้างใหญ่ของจังหวัดเพื่อนบ้าน (สมัยนั้นบ้านฉันกันดารแบบไม่มีห้างร้านใหญ่โตใด ๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปจากหน้ามืดเป็นหลังมือเชียว) หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้พบเจอหรือติดต่อกับเขาอีก แต่ฉันจำชื่อเขาได้ขึ้นใจ และเชื่อว่าเราต้องเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้แน่ คน ๆ นั้นชื่อ “บลิส พับลิชชิ่ง”

อีก 2 ปีต่อมานับจากวันนั้น ฉันได้พบกับเขาอีกครั้งที่งานหนังสือ ฉันบอกไม่ถูกเลยว่าตื่นเต้นและดีใจแค่ไหน ฉันรีบเข้าไปทักทายและพูดคุยกับเขา และเหมาเอาเองเสร็จสรรพว่าเราเป็น “เพื่อนซี้”

ทุก 2 ครั้งต่อปีเราจะไปเจอกันที่งานหนังสือ มันก็เหมือนการนัดพบที่ไม่ต้องบอกกล่าวเรารู้กันในใจว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น แต่บลิสเป็นเพื่อนที่รอบคอบมาก ทุกครั้งจะส่งจดหมายบอกวันเวลาและสถานที่นัดพบมาให้ฉันเสมอ ฉันต้องขอสารภาพว่าจำจุดนับพบของเราไม่ได้สักครั้ง (ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจ แค่ความจำของฉันมันแสนสั้น) ถึงอย่างนั้นฉันก็หาบลิสเจออย่างง่ายดาย ก็บลิสน่ะสดใส ร่าเริง เป็นกันเองกับทุกคน เลยมีเพื่อนมากมาย บริเวณที่บลิสอยู่จึงคึกคักมากเป็นพิเศษ

บลิสเป็นเพื่อนที่แสนดีของฉันเสมอ เขาชอบพาฉันไปเจอ ไปรู้จักกับวัฒนธรรม ความคิด มุมมอง สิ่งใหม่ ๆ ที่ฉันไม่รู้จักและไม่คิดว่ามีอยู่จริง บลิสแนะนำให้ฉันรู้จักเพื่อนใหม่อีกหลายคน บางคนก็โรแมนติก บางคนเป็นคนอบอุ่น บางคนขี้เล่น บางคนชื่อโหดหวาน ๆ บางคนชื่อหวานโหด ๆ (สงครามช็อกโกแลตกับรักต้องฆ่าไง ฉันพอจะเล่นคำได้โอเคไหม ? ^^) เพื่อนบางคนก็น่ากลัว ฉันไม่มีทางอยู่กับเขา 2 ต่อ 2 แน่ ๆ เพราะอาจตกอยู่ “ใต้เงาคำสาป” ฟังเหมือนฉันกับเขาจะเป็น “คนแปลกหน้า” แต่ความจริงฉันก็ชอบพวกเขามาก ๆ นะ นับ ๆ ดูแล้วฉันก็รู้จักเพื่อน ๆ ของบลิสร่วมร้อยคนเลยนะ

แต่ถ้าให้เลือกว่าชอบเพื่อนแบบไหนที่สุด ก็ต้องเป็นพวก “ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนปมหน่อย ๆ” ฉันเป็นแฟนตัวยงของพวกเขาเลยล่ะ เจอกันที่ไรเป็นต้องพากลับบ้านทุกที เพื่อนพวกนี้มีพี่น้องเยอะซะด้วย อย่างมิเกะเนะโกะเนี่ย เท่าที่บลิสพามาให้รู้จักก็ 19 คนแล้ว ฉันซี้กับพวกเขาทั้ง 19 คนเลยนะ (คนโปรดของฉันคือคนที่ 4 หรือที่มีชื่อแบบสยองว่า “บทเพลงมรณะ”) ส่วนบางคนฉันก็แค่รู้จัก แต่ยังไม่ได้ศึกษาเนื้อหาข้างใน ก็ไม่ได้อยากจะอ้างว่าเรียนหนัก งานยุ่งหรอกนะ แต่ฉันสัญญาว่าจะพยายามศึกษาทุกคนให้ถ่องแท้ให้ได้ ! จริง ๆ นะ !!

จะว่าไปบลิสก็เหมือนแม่สื่อของฉันเหมือนกันนะ เพราะฉันน่ะแอบหลงรักเพื่อนหลายคนที่บลิสแนะนำให้รู้จักแบบโงหัวไม่ขึ้นเลยล่ะ บางคนก็เหมือนรักแรก บางคนก็เหมือนรักแท้ ฉันไม่รู้จะขอบคุณบลิสยังไงที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับพวกเขา ความจริงยังมีน้อง ๆ ของเพื่อนเก่าแก่อีกหลายคนที่ฉันรอคอยจะทำความรู้จักกับเขา โดยเฉพาะตำรวจหน่วยสืบฯ กับ คู่สืบต่างภพเนี่ย ฉันรอแบบใจจดใจจ่อเลย (ตอนนี้ต้องขอเพิ่มครอบครัว “หนังสือเล่มนี้มีความลับ” เข้าไปด้วยอีกหนึ่ง) แต่ก็ไม่รู้จะมีโอกาสนั้นไหม...เพราะจู่ ๆ บลิสก็เดินเข้ามา เพื่อบอกลาฉันไป

มันค่อนข้างกะทันหันและทำใจยากในช่วงแรก แต่ฉันก็รู้ว่าบลิสไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจิตใจของฉัน เพื่อนคนนี้เป็นคนมีเหตุผลพอตรงข้ามกับฉันที่ชอบเอาใจใส่แต่อารมณ์ มันคงเป็นธรรมดาของทุกสิ่งอย่างในโลกที่ “มีเกิดก็มีดับ” “มีพบก็มีพราก” และมันก็ยังมีความหวังว่า “มีจากก็มีเจอ”

เพราะงั้นฉันจะไม่โบกมือ ร้องไห้ แล้วพูดว่า “ลาก่อน” แต่ฉันจะโบกมือ แล้วพูดว่า “แล้วเจอกัน” แต่ก่อนหน้าที่จะทำแบบนั้น ฉันมีเรื่องต้องบอกให้เพื่อนรักคนนี้รู้



"ขอบคุณเธอล้านครั้งที่เป็นหนึ่งในกำลังใจให้ฉันหยิบปากกา ดินสอมาขีด ๆ เขียน ๆ ถึงฝีไม้ลายมือฉันจะปลายแถว แต่ก็ต้องขอบคุณอีกล้านครั้งที่เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ฉันกล้าเดินในเส้นทางที่กำลังเดินอยู่นี้ แม้ฉันจะไม่รู้ว่ามันเป็นทางที่ดีที่สุดหรือไม่ ตอนนี้ฉันก็พอใจกับมัน ฉันแอบหวังเล็ก ๆ ลึก ๆ ว่าสักวันฉันจะดีพอ ดีมากพอจะร่วมงานกับเธอสักงานได้ และถึงแม้จะไม่มีโอกาสนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ยังไงเธอก็เป็นคนสำคัญของฉันไม่เปลี่ยนแปลง"



ฉันจะคิดถึงเธอเสมอ เธอจะไม่ได้อยู่แค่บนชั้นหนังสือในห้องนอน แต่อยู่ในหัวใจของฉันเลยล่ะ

บลิส พับลิชชิ่ง...เพื่อนรักของฉัน...

ฉันเชื่อในความบังเอิญ โชคชะตา ปาฏิหาริย์ พรหมลิขิต หรืออะไรสักอย่าง ฉันเชื่อว่าความรัก ความผูกพันธ์ของเราจะพาเรากลับมาพบกันอีกครั้ง และขอบอกไว้ก่อนล่วงหน้า ต่อให้เธอจะผ่าตัดศัลยกรรม แปลงโฉม เปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ แอบกบดานอยู่ที่ไหน เมื่อไรที่เธอเผอิญสบตาหรือปลายสายตาฉันเหลือบเห็น ฉันจะจำเธอได้แน่นอน

ฉันจะรีบปรี่เข้าไปหา โบกมือทักทายและยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ตัวร้ายชอบทำพร้อมกระซิบว่า

“เจอกันอีกจนได้นะ !”

จนกว่าจะถึงวันนั้น...พยายามเข้านะ...สู้ ๆ :)





(ปล. ลืมบอกไปว่าให้เปิดเพลงข้างล่างนี้คลอไปด้วย เผื่อจะช่วยให้เกิดอารมณ์ซาบซึ้งขึ้นมา เพราะงั้นโปรดย้อนกลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น...ฉันเปล่ากวนประสาทเธอนะ พูดจริง จริ๊ง)




Post comment

Only the blog author may view the comment.

Trackback

trackbackURL:http://haewobsalt.blog.fc2.com/tb.php/141-c8c15cd1